แพทย์ตรวจอัลตราซาวด์ต่อมไทรอยด์บริเวณลำคอของผู้ป่วยเพื่อประเมินลักษณะก้อน
Thyroid

ตรวจพบก้อนไทรอยด์ ทำยังไงต่อ: อัลตราซาวด์ เจาะตรวจ และทางเลือกถัดไป

อ่านบทความ
วันที่28 กรกฎาคม 2569
หมวดหมู่Thyroid
เวลาอ่าน8 นาที
ตรวจทานโดย ทีมแพทย์ YOUNIFY Clinic · Medical Review

ตรวจพบก้อนไทรอยด์ ทำยังไงต่อ — คู่มือทีละขั้นจากทีมแพทย์ YOUNIFY ตั้งแต่ตรวจเลือด อัลตราซาวด์ เจาะตรวจเซลล์ ไปจนถึงทางเลือกติดตาม ผ่าตัด และจี้ก้อนด้วยคลื่นวิทยุ

สารบัญ

สรุปสำคัญ

  • เส้นทางตรวจก้อนไทรอยด์มีลำดับที่ชัดเจน คือ ซักประวัติและตรวจร่างกาย ตรวจเลือดดูการทำงานของต่อมไทรอยด์ อัลตราซาวด์เพื่อดูลักษณะก้อน แล้วจึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องเจาะตรวจเซลล์หรือไม่
  • ก้อนไทรอยด์พบได้บ่อยมาก อัลตราซาวด์ตรวจเจอในผู้ใหญ่ราวครึ่งหนึ่ง และมีเพียงประมาณ 5% เท่านั้นที่เป็นมะเร็ง ก้อนส่วนใหญ่จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องตกใจ
  • ไม่ใช่ทุกก้อนที่ต้องเจาะตรวจ และไม่ใช่ทุกก้อนที่ต้องรักษา การนัดติดตามด้วยอัลตราซาวด์เป็นระยะถือเป็นผลลัพธ์ที่ถูกต้องและพบได้บ่อยที่สุด
  • การจี้ก้อนไทรอยด์ด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RFA) เป็นทางเลือกสำหรับก้อนที่ยืนยันแล้วว่าไม่ใช่เนื้อร้ายจากการเจาะตรวจเท่านั้น ก้อนที่เป็นหรือสงสัยว่าเป็นมะเร็งต้องดูแลด้วยแนวทางคนละแบบ

ตรวจพบก้อนไทรอยด์ ทำยังไงต่อ

เมื่อตรวจพบก้อนไทรอยด์ ลำดับขั้นมาตรฐานคือ ซักประวัติและตรวจร่างกาย แล้วเจาะเลือดดูการทำงานของต่อมไทรอยด์ ตามด้วยอัลตราซาวด์เพื่อดูลักษณะก้อนอย่างละเอียด จากนั้นแพทย์จึงจะบอกได้ว่าก้อนนี้ควรเจาะตรวจเซลล์หรือเพียงนัดติดตาม ไม่มีขั้นตอนใดที่ต้องรีบทำในวันเดียว

ก้อนไทรอยด์เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด เมื่อใช้อัลตราซาวด์ตรวจ จะพบก้อนในต่อมไทรอยด์ได้ราวครึ่งหนึ่งของผู้ใหญ่ และในบรรดาก้อนทั้งหมดนั้น มีเพียงประมาณ 5% ที่ผลตรวจออกมาเป็นมะเร็ง ส่วนที่เหลือเป็นถุงน้ำ ก้อนเนื้อธรรมดา หรือการเปลี่ยนแปลงจากภาวะอักเสบ หากคุณยังไม่แน่ใจว่าก้อนที่คอเกิดจากอะไรได้บ้าง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ก้อนที่คอและก้อนไทรอยด์เกิดจากอะไร

บทความนี้ทีมแพทย์ YOUNIFY เรียบเรียงขึ้นเพื่อให้คุณเห็นภาพทั้งเส้นทางล่วงหน้า ว่าแต่ละขั้นตรวจอะไร ทำไมต้องตรวจ และผลแต่ละแบบนำไปสู่ทางเลือกอะไรบ้าง

  • ขั้นที่ 1 ซักประวัติและตรวจร่างกายบริเวณลำคอ
  • ขั้นที่ 2 เจาะเลือดดูการทำงานของต่อมไทรอยด์ (TFT)
  • ขั้นที่ 3 อัลตราซาวด์ต่อมไทรอยด์ พร้อมประเมินความเสี่ยงจากลักษณะก้อน
  • ขั้นที่ 4 พิจารณาเจาะตรวจเซลล์ด้วยเข็มเล็ก (FNA) เฉพาะก้อนที่เข้าเกณฑ์
  • ขั้นที่ 5 วางแผนถัดไป ได้แก่ ติดตามเป็นระยะ ผ่าตัด หรือจี้ก้อนด้วยคลื่นวิทยุในก้อนที่ยืนยันว่าไม่ใช่เนื้อร้าย

ก้อนไทรอยด์ส่วนใหญ่ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน การนัดตรวจภายในไม่กี่สัปดาห์ถือว่าเหมาะสม ยกเว้นกรณีที่มีอาการเตือน เช่น ก้อนโตเร็วผิดปกติภายในไม่กี่สัปดาห์ เสียงแหบที่ไม่ดีขึ้น กลืนหรือหายใจลำบาก หรือคลำได้ต่อมน้ำเหลืองที่คอแข็งติดแน่น กรณีเหล่านี้ควรพบแพทย์เร็วขึ้น

ขั้นที่ 1 ซักประวัติและตรวจร่างกาย

ขั้นแรกไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ แพทย์จะถามว่าก้อนเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร โตขึ้นเร็วแค่ไหน มีอาการกดเบียดหรือไม่ มีประวัติฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอในวัยเด็กหรือประวัติมะเร็งไทรอยด์ในครอบครัวหรือไม่ แล้วจึงคลำต่อมไทรอยด์และต่อมน้ำเหลืองที่คอ

ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงพิธีการ เพราะปัจจัยอย่างประวัติฉายรังสีที่ลำคอ ประวัติครอบครัว ก้อนที่โตเร็ว เสียงแหบเรื้อรัง หรือก้อนที่คลำแล้วแข็งและขยับไม่ได้ ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงต่างออกไป และอาจตัดสินใจเจาะตรวจเร็วขึ้นแม้ก้อนจะยังไม่ใหญ่

การซักประวัติยังช่วยแยกอาการที่มาจากฮอร์โมนออกจากอาการที่มาจากตัวก้อนเอง เช่น ใจสั่น มือสั่น น้ำหนักลด ขี้ร้อน อาจบ่งถึงต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกิน ขณะที่อ่อนเพลีย ขี้หนาว น้ำหนักขึ้น ท้องผูก อาจบ่งถึงการทำงานที่น้อยเกิน ทั้งสองแบบส่งผลต่อแผนการตรวจในขั้นถัดไป

ขั้นที่ 2 ตรวจเลือดดูการทำงานของต่อมไทรอยด์

การเจาะเลือดตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ (thyroid function test หรือ TFT) มักเริ่มจากค่า TSH เป็นหลัก จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อบอกว่าก้อนเป็นมะเร็งหรือไม่ เพราะเลือดบอกเรื่องนั้นไม่ได้ แต่เพื่อดูว่าต่อมไทรอยด์ทำงานปกติ ทำงานมากเกิน หรือทำงานน้อยเกิน

ผลเลือดมีผลต่อเส้นทางถัดไปจริง ๆ ถ้าค่า TSH ต่ำกว่าปกติ แปลว่าอาจมีก้อนที่ผลิตฮอร์โมนเองมากเกิน ในกรณีนี้แพทย์มักพิจารณาตรวจสแกนไทรอยด์เพื่อดูว่าก้อนนั้นทำงานมากผิดปกติหรือไม่ก่อน เพราะก้อนลักษณะนี้มีโอกาสเป็นมะเร็งต่ำ และดูแลด้วยแนวทางที่ต่างออกไป

ถ้าค่าการทำงานอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือสูงกว่าปกติ เส้นทางจะเดินต่อไปที่อัลตราซาวด์และการประเมินลักษณะก้อนตามปกติ บางกรณีแพทย์อาจส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น ระดับแอนติบอดีต่อไทรอยด์ เมื่อสงสัยภาวะไทรอยด์อักเสบเรื้อรังร่วมด้วย

ขั้นที่ 3 อัลตราซาวด์และการประเมินความเสี่ยงของก้อน

อัลตราซาวด์เป็นการตรวจที่สำคัญที่สุดในเส้นทางนี้ ใช้เวลาไม่นาน ไม่มีรังสี และไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ แพทย์จะดูว่าก้อนมีกี่ก้อน ขนาดเท่าไร เป็นถุงน้ำหรือเนื้อ ขอบเรียบหรือไม่ มีหินปูนจุดเล็กหรือไม่ รูปร่างสูงกว่ากว้างหรือไม่ และต่อมน้ำเหลืองที่คอมีลักษณะผิดปกติร่วมด้วยหรือเปล่า

ลักษณะเหล่านี้ถูกนำมารวมกันเป็นระดับความเสี่ยง ซึ่งแนวทางสากลใช้เป็นตัวกำหนดว่าก้อนควรได้รับการเจาะตรวจเมื่อใด หลักการคือ ยิ่งลักษณะบนภาพน่าสงสัยมากเท่าไร ยิ่งพิจารณาเจาะตรวจที่ขนาดเล็กลงเท่านั้น ส่วนก้อนที่ภาพดูไม่น่าสงสัยเลย มักรอให้มีขนาดใหญ่พอสมควรก่อนจึงจะเจาะ หรืออาจติดตามอย่างเดียวก็เพียงพอ

ลักษณะก้อนจากอัลตราซาวด์แนวโน้มความเสี่ยงแนวทางเรื่องการเจาะตรวจ (โดยประมาณ)
ถุงน้ำใสล้วน หรือเป็นน้ำเกือบทั้งก้อนต่ำมากโดยทั่วไปไม่ต้องเจาะเพื่อวินิจฉัย อาจเจาะเพื่อระบายเฉพาะเมื่อก้อนโตจนมีอาการ
ก้อนเนื้อที่ภาพดูไม่น่าสงสัย ขอบเรียบ สีสม่ำเสมอ ไม่มีหินปูนจุดเล็กต่ำมักพิจารณาเจาะเมื่อก้อนมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ถ้ายังเล็กมักติดตามด้วยอัลตราซาวด์
ก้อนที่ลักษณะก้ำกึ่ง ไม่ชัดว่าน่าสงสัยหรือไม่ปานกลางมักพิจารณาเจาะเมื่อก้อนมีขนาดปานกลางขึ้นไป
ก้อนที่มีลักษณะน่าสงสัย เช่น ขอบไม่เรียบ สูงมากกว่ากว้าง มีหินปูนจุดเล็ก เนื้อทึบสีเข้มสูงขึ้นพิจารณาเจาะตั้งแต่ก้อนยังมีขนาดเล็กกว่ากลุ่มอื่น
ก้อนใดก็ตามที่พบต่อมน้ำเหลืองที่คอผิดปกติร่วมด้วยต้องประเมินเป็นพิเศษมักเจาะตรวจทั้งก้อนและต่อมน้ำเหลือง โดยไม่รอให้ก้อนโตขึ้น

ตัวเลขขนาดที่ใช้ตัดสินใจจริงแตกต่างกันเล็กน้อยตามแนวทางแต่ละฉบับ และแพทย์จะพิจารณาร่วมกับประวัติ อายุ และความกังวลของผู้ป่วยเสมอ ตารางนี้จึงเป็นภาพรวมเชิงหลักการเพื่อให้คุณเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังคำแนะนำที่ได้รับ ไม่ใช่เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินใจแทนการตรวจจริง

ขั้นที่ 4 การเจาะตรวจเซลล์ด้วยเข็มเล็ก (FNA) จำเป็นทุกคนไหม

ไม่จำเป็นทุกคน การเจาะตรวจเซลล์ด้วยเข็มเล็กหรือ FNA จะทำเฉพาะก้อนที่เข้าเกณฑ์ตามลักษณะบนอัลตราซาวด์และขนาดเท่านั้น ก้อนจำนวนมากผ่านการประเมินแล้วพบว่าเพียงนัดอัลตราซาวด์ซ้ำเป็นระยะก็เพียงพอ ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ไม่ใช่การละเลย

สำหรับคนที่ต้องเจาะ ขั้นตอนจริงเรียบง่ายกว่าที่หลายคนจินตนาการไว้มาก แพทย์จะให้นอนหงายหนุนไหล่เล็กน้อยเพื่อแหงนคอ ทำความสะอาดผิวหนัง ฉีดยาชาเฉพาะที่ แล้วใช้เข็มขนาดเล็กใกล้เคียงเข็มเจาะเลือดแทงผ่านผิวหนังเข้าไปในก้อนภายใต้การนำทางด้วยอัลตราซาวด์ตลอดเวลา เพื่อดูดเซลล์ออกมาส่งตรวจ

  • ใช้เข็มขนาดเล็ก ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ และไม่มีแผลเย็บ
  • ทำภายใต้อัลตราซาวด์เพื่อให้เข็มเข้าตำแหน่งที่ต้องการจริง ๆ
  • แต่ละครั้งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที มักดูดเซลล์ 2-3 ตำแหน่งในก้อนเดียวกัน
  • ความรู้สึกส่วนใหญ่คือตึงและจี๊ดตอนแทงเข็ม หลายคนบอกว่าใกล้เคียงกับการเจาะเลือด แต่ความรู้สึกแตกต่างกันได้ในแต่ละบุคคล
  • หลังทำอาจมีเจ็บตึงที่คอหรือจ้ำเลือดเล็กน้อยราว 1-2 วัน กลับบ้านได้เลยและใช้ชีวิตได้ตามปกติ

สิ่งที่ควรทราบล่วงหน้าคือ การเจาะครั้งเดียวอาจไม่ได้คำตอบเสมอไป บางครั้งเซลล์ที่ดูดออกมามีไม่มากพอให้พยาธิแพทย์อ่านผลได้ ในกรณีนี้แพทย์จะนัดเจาะซ้ำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการตรวจชนิดนี้ ไม่ได้แปลว่าผลผิดปกติหรือมีอะไรน่ากังวลเป็นพิเศษ

ผลเจาะตรวจบอกอะไรบ้าง

ผลการเจาะตรวจเซลล์ไทรอยด์ถูกจัดเป็นกลุ่มมาตรฐานสากลที่เรียกว่าระบบ Bethesda เพื่อให้แพทย์ทุกที่สื่อสารตรงกันว่าเซลล์ที่เห็นบอกอะไร และแต่ละกลุ่มมีโอกาสเป็นเนื้อร้ายมากน้อยเพียงใด อธิบายอย่างง่ายได้เป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

  • ตัวอย่างไม่เพียงพอต่อการประเมิน หมายถึงดูดเซลล์ออกมาได้น้อยเกินกว่าจะอ่านผล มักนัดเจาะซ้ำอีกครั้ง
  • ไม่ใช่เนื้อร้าย เป็นกลุ่มที่พบบ่อยที่สุด ส่วนใหญ่ตามด้วยการติดตามด้วยอัลตราซาวด์เป็นระยะโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ก้ำกึ่งหรือสรุปไม่ได้ชัดเจน เซลล์มีลักษณะผิดปกติบางอย่างแต่ยังไม่พอจะบอกได้ว่าเป็นอะไร มักตามด้วยการเจาะซ้ำ การตรวจเพิ่มเติม หรือการผ่าตัดเพื่อวินิจฉัยในบางราย
  • สงสัยว่าเป็นเนื้อร้าย ลักษณะเซลล์เข้าได้กับมะเร็งค่อนข้างมากแต่ยังไม่ชัดเจนพอ มักแนะนำการผ่าตัด
  • เป็นเนื้อร้าย ลักษณะเซลล์ชัดเจน แนวทางหลักคือการผ่าตัดและวางแผนการดูแลต่อเนื่องกับทีมแพทย์

เมื่อดูภาพรวมทั้งหมด ก้อนไทรอยด์ราว 95% ไม่ใช่มะเร็ง ผลที่คนส่วนใหญ่ได้รับจึงเป็นกลุ่มไม่ใช่เนื้อร้าย และคำแนะนำที่ตามมามักเป็นการนัดติดตาม ไม่ใช่การรักษาทันที การเข้าใจจุดนี้ล่วงหน้าช่วยลดความกังวลระหว่างรอผลได้มาก

อีกเรื่องที่ควรเข้าใจคือผลกลุ่มก้ำกึ่งไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง แต่แปลว่าข้อมูลยังไม่พอจะสรุป การตัดสินใจในกลุ่มนี้จึงอาศัยหลายอย่างประกอบกัน ทั้งภาพอัลตราซาวด์ ขนาดก้อน อาการ อายุ และความต้องการของผู้ป่วยเอง

ผลออกมาแล้วมีทางเลือกอะไรบ้าง

หลังทราบผล เส้นทางจะแยกออกเป็นสามแบบหลัก คือ ติดตามอย่างเดียว ผ่าตัด หรือรักษาก้อนโดยไม่ผ่าตัดในรายที่ยืนยันแล้วว่าไม่ใช่เนื้อร้ายและมีอาการรบกวน แต่ละทางเลือกมีข้อบ่งชี้ของตัวเอง และไม่ใช่ว่าทางเลือกที่ทำอะไรมากกว่าจะเหมาะกว่าเสมอไป

การติดตามเป็นทางเลือกที่พบบ่อยที่สุดสำหรับก้อนที่ไม่ใช่เนื้อร้าย ขนาดไม่ใหญ่ และไม่มีอาการ โดยทั่วไปคือนัดอัลตราซาวด์ซ้ำเป็นระยะเพื่อดูว่าก้อนโตขึ้นหรือเปลี่ยนลักษณะหรือไม่ ถ้าก้อนคงที่และไม่มีอาการ การไม่ทำอะไรเพิ่มคือแนวทางที่เหมาะสม

การผ่าตัดยังคงเป็นแนวทางหลักเมื่อผลเจาะตรวจเป็นเนื้อร้ายหรือสงสัยว่าเป็นเนื้อร้าย รวมถึงก้อนขนาดใหญ่มากที่กดเบียดหลอดลมหรือหลอดอาหาร หรือก้อนที่ยื่นลงไปในช่องอก การผ่าตัดมีผลตามมาที่ควรทราบล่วงหน้า เช่น หลังตัดต่อมไทรอยด์ออกหนึ่งข้าง มีผู้ป่วยราว 30% ที่เกิดภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำตามมา และประมาณ 1 ใน 4 ต้องรับประทานฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน อ่านรายละเอียดว่าเมื่อไรจำเป็นต้องผ่าตัดจริงได้ที่ก้อนไทรอยด์ต้องผ่าตัดไหม

สำหรับก้อนที่การเจาะตรวจยืนยันแล้วว่าไม่ใช่เนื้อร้าย แต่ก้อนโตจนเห็นชัด รู้สึกตึงคอ กลืนติด หรือกระทบความมั่นใจ การจี้ก้อนด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RFA) เป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำผ่านผิวหนังโดยไม่ต้องผ่าตัด งานวิจัยพบว่าก้อนมักยุบลงราว 50-80% ของปริมาตรภายใน 6-12 เดือน แม้ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและลักษณะของก้อน หากอยากเปรียบเทียบสองวิธีนี้แบบเคียงข้างกัน อ่านได้ที่จี้ก้อนไทรอยด์เทียบกับการผ่าตัด

ข้อจำกัดสำคัญที่ต้องย้ำคือ RFA ใช้กับก้อนที่ยืนยันแล้วว่าไม่ใช่เนื้อร้ายจากการเจาะตรวจเท่านั้น ก้อนที่เป็นมะเร็งหรือสงสัยว่าเป็นมะเร็งต้องดูแลด้วยแนวทางคนละแบบ และไม่ควรใช้ RFA แทนการผ่าตัดในกรณีเหล่านั้น

ที่ YOUNIFY Clinic ทีมแพทย์จะประเมินตั้งแต่อัลตราซาวด์ ผลเลือด และผลเจาะตรวจ ก่อนคุยทางเลือกร่วมกับคุณ บริการจี้ก้อนไทรอยด์ราคาเริ่มต้น ฿79,000 คลินิกอยู่ชั้น 2 ห้อง 214 อาคารยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ 323 ถนนสีลม บางรัก กรุงเทพฯ เดินทางสะดวกจาก BTS ศาลาแดง เปิดทุกวัน 11:00-20:00 น. สอบถามได้ที่ 081-556-9696 หรือ LINE @younifyclinic

คำถามที่พบบ่อย

ตรวจพบก้อนไทรอยด์ ต้องรีบไปหาหมอเลยไหม

ในกรณีทั่วไปไม่ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน การนัดตรวจภายในไม่กี่สัปดาห์ถือว่าเหมาะสม แต่ควรพบแพทย์เร็วขึ้นหากก้อนโตเร็วผิดปกติภายในไม่กี่สัปดาห์ เสียงแหบที่ไม่ดีขึ้น กลืนหรือหายใจลำบาก หรือคลำได้ต่อมน้ำเหลืองที่คอแข็งติดแน่น

ก้อนไทรอยด์ทุกก้อนต้องเจาะตรวจไหม

ไม่ใช่ทุกก้อน การเจาะตรวจพิจารณาจากลักษณะก้อนบนอัลตราซาวด์ร่วมกับขนาดและประวัติ ก้อนที่ภาพดูไม่น่าสงสัยและขนาดไม่ใหญ่ มักติดตามด้วยอัลตราซาวด์เป็นระยะก็เพียงพอ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ถูกต้องตามแนวทางสากล

เจาะตรวจก้อนไทรอยด์เจ็บมากไหม

ใช้เข็มขนาดเล็กใกล้เคียงเข็มเจาะเลือด ร่วมกับยาชาเฉพาะที่และทำภายใต้อัลตราซาวด์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่รู้สึกตึงและจี๊ดขณะแทงเข็ม ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที หลังทำอาจเจ็บตึงหรือมีจ้ำเลือดเล็กน้อย 1-2 วัน ทั้งนี้ความรู้สึกแตกต่างกันได้ในแต่ละบุคคล

ถ้าเจาะแล้วผลบอกว่าตัวอย่างไม่พอ ต้องทำอย่างไร

แพทย์มักนัดเจาะซ้ำอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ตามปกติของการตรวจชนิดนี้ ไม่ได้แปลว่าก้อนผิดปกติมากขึ้น การเจาะซ้ำภายใต้อัลตราซาวด์ช่วยเพิ่มโอกาสได้เซลล์ที่มากพอต่อการอ่านผล

ผลเจาะตรวจออกมาว่าไม่ใช่เนื้อร้าย ต้องรักษาต่อไหม

ส่วนใหญ่ไม่ต้องรักษา เพียงนัดติดตามด้วยอัลตราซาวด์เป็นระยะ จะพิจารณารักษาเมื่อก้อนโตจนมีอาการ เช่น ตึงคอ กลืนติด หายใจไม่สะดวก หรือกระทบรูปลักษณ์ ซึ่งทางเลือกมีทั้งการผ่าตัดและการจี้ก้อนด้วยคลื่นความถี่วิทยุ

จี้ก้อนไทรอยด์ด้วยคลื่นวิทยุใช้กับก้อนมะเร็งได้ไหม

ไม่ได้ แนวทางปัจจุบันใช้ RFA กับก้อนที่ยืนยันจากการเจาะตรวจแล้วว่าไม่ใช่เนื้อร้ายเท่านั้น ก้อนที่เป็นหรือสงสัยว่าเป็นมะเร็งต้องดูแลด้วยแนวทางคนละแบบ ซึ่งการผ่าตัดยังคงเป็นวิธีหลัก

แหล่งอ้างอิง

  1. 2015 American Thyroid Association Management Guidelines for Adult Patients with Thyroid Nodules and Differentiated Thyroid Cancer (Thyroid. 2016;26(1):1–133. PMID: 26462967)
  2. 2017 Thyroid Radiofrequency Ablation Guideline: Korean Society of Thyroid Radiology (Korean J Radiol. 2018;19(4):632–655. PMID: 29962870)
  3. Efficacy and Safety of Radiofrequency Ablation Versus Observation for Nonfunctioning Benign Thyroid Nodules: A Randomized Controlled International Collaborative Trial (Thyroid. 2015;25(8):890–896. PMID: 26061686)
  4. Prevalence of and risk factors for hypothyroidism after hemithyroidectomy: a systematic review and meta-analysis (Endocrine. 2020;70(1):7–15. PMID: 32638212)

บทความที่เกี่ยวข้อง

Thyroid

ก้อนที่คอ เกิดจากอะไร? รู้จักสาเหตุก้อนไทรอยด์และสัญญาณอันตราย

ก้อนที่คอเกิดจากอะไรได้บ้าง? อธิบายสาเหตุก้อนไทรอยด์ทั้งถุงน้ำ ก้อนคอลลอยด์ คอพอก ต่อมไทรอยด์อักเสบ และมะเร็งที่พบราว 5% พร้อมสัญญาณเตือนที่ควรรีบพบแพทย์

Thyroid

ก้อนไทรอยด์ต้องผ่าตัดไหม เมื่อไหร่ควรผ่า เมื่อไหร่แค่ติดตาม

ก้อนไทรอยด์ต้องผ่าตัดไหม รวมข้อบ่งชี้ที่ควรผ่าตัดจริง ๆ กรณีที่ยังไม่ต้องผ่า ทางเลือกสำหรับก้อนไม่ใช่มะเร็งที่มีอาการ และสิ่งที่ต้องแลกจากการผ่าตัด

Thyroid

จี้ก้อนไทรอยด์ เทียบ ผ่าตัด ต่างกันอย่างไร และเลือกวิธีไหนดี

เปรียบเทียบการจี้ก้อนไทรอยด์ด้วยคลื่นวิทยุ (RFA) กับการผ่าตัด ทั้งการดมยา แผลเป็น การพักฟื้น ผลต่อฮอร์โมน และกรณีที่ยังต้องผ่าตัดเท่านั้น โดยทีมแพทย์ YOUNIFY

หมายเหตุทางการแพทย์

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการรุนแรง อาการเปลี่ยนเร็ว หรือมีภาวะฉุกเฉิน ควรพบแพทย์ทันที

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

อยากรู้ว่าแผนดูแลแบบไหนเหมาะกับคุณ?

ส่งรายละเอียดอาการ ประวัติสุขภาพ ยาหรือหัตถการที่เคยทำ และเป้าหมายที่ต้องการ ทีมงานจะช่วยนัดหมายเพื่อประเมินกับแพทย์

ปรึกษาอาการกับ YOUNIFY Clinic