สรุปสำคัญ
- แพทย์มักแบ่งระยะข้อเข่าเสื่อมด้วยระบบ Kellgren–Lawrence เป็นเกรด 1 ถึง 4 จากภาพเอกซเรย์ ตั้งแต่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยไปจนถึงข้อเสื่อมรุนแรง
- อาการที่รู้สึกไม่ได้ตรงกับระยะบนเอกซเรย์เสมอไป บางคนเกรดสูงแต่ปวดน้อย บางคนเกรดต่ำแต่ปวดมาก การดูแลจึงต้องดูทั้งภาพและอาการร่วมกัน
- GAE เหมาะกับผู้ที่อยู่ในระยะกลางที่ปวดเรื้อรังและยังไม่ดีขึ้นจากการรักษาพื้นฐาน แต่ยังไม่ถึงขั้นผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
ข้อเข่าเสื่อมแบ่งระยะอย่างไร
เมื่อพูดถึง “ระยะ” ของข้อเข่าเสื่อม แพทย์มักหมายถึงการแบ่งเกรดจากภาพเอกซเรย์ตามระบบ Kellgren–Lawrence ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุด โดยดูจากช่องว่างระหว่างข้อที่แคบลง กระดูกงอก (osteophyte) และการเปลี่ยนแปลงของกระดูกใต้ผิวข้อ
การแบ่งระยะช่วยให้เห็นภาพว่าข้อเสื่อมมากน้อยเพียงใดและใช้สื่อสารกันในทีมแพทย์ แต่สิ่งสำคัญคือระยะบนเอกซเรย์ไม่ได้บอกความปวดเสมอไป การวางแผนรักษาที่ดีจึงพิจารณาทั้งภาพถ่าย อาการ และผลกระทบต่อชีวิตประจำวันควบคู่กัน
- ใช้ระบบ Kellgren–Lawrence จากภาพเอกซเรย์เป็นหลัก
- ดูช่องว่างข้อที่แคบลง กระดูกงอก และการเปลี่ยนแปลงของกระดูก
- ระยะบนภาพไม่ได้ตรงกับระดับความปวดเสมอไป
เกรด 1 ถึง 4 หมายถึงอะไร
เกรด 1 คือระยะเริ่มต้นที่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยและมักยังไม่มีอาการ เกรด 2 เริ่มมีกระดูกงอกและช่องข้อแคบเล็กน้อย อาจปวดเวลาใช้งาน เกรด 3 ช่องข้อแคบชัดเจน กระดูกงอกมากขึ้น มักปวดเป็นประจำและเริ่มกระทบชีวิต และเกรด 4 คือระยะรุนแรงที่ช่องข้อแคบมากหรือหายไป ปวดแม้ขณะพัก
การรู้เกรดช่วยให้เข้าใจแนวโน้มและวางแผนได้ แต่ไม่ได้แปลว่าเกรดสูงต้องผ่าตัดเสมอ หลายคนในเกรด 2–3 ยังตอบสนองดีต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัด สิ่งที่กำหนดทางเลือกจริง ๆ คืออาการ ความสามารถในการใช้ชีวิต และการตอบสนองต่อการรักษาพื้นฐาน
| เกรด (KL) | สิ่งที่พบบนเอกซเรย์ | อาการที่มักพบ |
|---|---|---|
| เกรด 1 | เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย สงสัยกระดูกงอก | มักไม่มีอาการหรือเมื่อยเล็กน้อย |
| เกรด 2 | กระดูกงอกชัด ช่องข้อแคบเล็กน้อย | ปวดเวลาใช้งาน ฝืดเป็นครั้งคราว |
| เกรด 3 | ช่องข้อแคบชัด กระดูกงอกหลายจุด | ปวดเป็นประจำ เดินขึ้นบันไดลำบาก |
| เกรด 4 | ช่องข้อแคบมากหรือหาย ข้อผิดรูป | ปวดแม้ขณะพัก เคลื่อนไหวจำกัด |
ดูแลอย่างไรในแต่ละระยะ
ในระยะต้น (เกรด 1–2) ฐานหลักคือการลดน้ำหนัก ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อ และปรับกิจกรรม ซึ่งได้ผลดีและชะลอการเสื่อมได้มาก ระยะกลาง (เกรด 2–3) ยังคงเน้นฐานเดิม เสริมด้วยยาแก้ปวดตามข้อบ่งชี้ และหากปวดเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้นอาจพิจารณาหัตถการอย่าง GAE
ในระยะรุนแรง (เกรด 4) ที่ปวดมากและข้อผิดรูปจนกระทบชีวิตอย่างมาก การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามักเป็นทางเลือกที่ให้ผลดีในรายที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม การฉีด PRP สเต็มเซลล์ และ Growth factor ยังมีหลักฐานไม่ชัดเจนในทุกระยะ จึงไม่ควรใช้แทนการดูแลที่มีหลักฐานหนักแน่น
ระยะต้น (เกรด 1–2)
ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ปรับกิจกรรม เป็นฐานที่ได้ผลดีที่สุด
ระยะกลาง (เกรด 2–3)
เน้นฐานเดิม เสริมยาแก้ปวด และพิจารณา GAE เมื่อปวดเรื้อรัง
ระยะรุนแรง (เกรด 4)
ปวดมากและข้อผิดรูป มักพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อในรายที่เหมาะสม
GAE เหมาะกับระยะไหน
GAE หรือการอุดเส้นเลือดข้อเข่า มักเหมาะที่สุดกับผู้ที่อยู่ในระยะกลาง คือมีข้อเสื่อมและปวดเรื้อรังที่ยังไม่ดีขึ้นเพียงพอจากการลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย และยา แต่ยังไม่อยากหรือยังไม่ถึงขั้นผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า จุดเด่นคือเป็นหัตถการแผลเล็กระดับเข็ม ไม่ต้องดมยาสลบทั้งตัว และฟื้นตัวเร็ว
GAE จึงเป็นเหมือนขั้นบันไดที่อยู่ระหว่างการรักษาพื้นฐานกับการผ่าตัด ช่วยลดการอักเสบและอาการปวดในผู้ที่เหมาะสม โดยยังไม่ต้องก้าวไปสู่การผ่าตัดใหญ่ ทั้งนี้ความเหมาะสมต้องประเมินจากภาพถ่าย ตำแหน่งที่ปวด และสุขภาพโดยรวมเป็นรายบุคคลโดยแพทย์
- เหมาะกับระยะกลางที่ปวดเรื้อรัง ไม่ดีขึ้นจากพื้นฐาน
- เป็นขั้นก่อนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
- แผลเล็กระดับเข็ม ไม่ต้องดมยาสลบทั้งตัว ฟื้นตัวเร็ว
คำถามที่พบบ่อย
รู้เกรดข้อเข่าเสื่อมได้อย่างไร?
แพทย์มักประเมินจากภาพเอกซเรย์ตามระบบ Kellgren–Lawrence ร่วมกับอาการและการตรวจร่างกาย เกรดบนเอกซเรย์เป็นเพียงส่วนหนึ่ง การวางแผนรักษาที่ดีต้องดูอาการและผลกระทบต่อชีวิตประจำวันด้วย
เกรดสูงต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเสมอไหม?
ไม่เสมอไป การผ่าตัดมักพิจารณาในเกรด 4 ที่ปวดมากและข้อผิดรูปจนกระทบชีวิตอย่างมาก หลายคนในเกรด 2–3 ยังตอบสนองดีต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัด การตัดสินใจขึ้นกับอาการและการตอบสนองต่อการรักษา
ข้อเข่าเสื่อมเลื่อนไประยะถัดไปเร็วแค่ไหน?
อัตราการดำเนินโรคต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับน้ำหนัก ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การใช้งาน และพันธุกรรม การลดน้ำหนักและออกกำลังกายช่วยชะลอการเลื่อนระยะได้ ส่วนการปล่อยไว้และใช้งานหนักมักเร่งให้เสื่อมเร็วขึ้น
GAE ทำได้ในเกรด 4 ไหม?
GAE มักเหมาะกับระยะกลางที่ปวดเรื้อรังมากกว่า ในเกรด 4 ที่ข้อผิดรูปรุนแรง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อมักให้ผลดีกว่า อย่างไรก็ตามความเหมาะสมของแต่ละคนต้องประเมินโดยแพทย์จากภาพถ่ายและอาการโดยรวม
แหล่งอ้างอิง
- OARSI guidelines for the non-surgical management of knee, hip, and polyarticular osteoarthritis (Osteoarthritis and Cartilage, 2019)
- 2019 American College of Rheumatology/Arthritis Foundation Guideline for the Management of Osteoarthritis of the Hand, Hip, and Knee (Arthritis & Rheumatology, 2020)
อยากรู้ว่าแผนดูแลแบบไหนเหมาะกับคุณ?
ส่งรายละเอียดอาการ ประวัติสุขภาพ ยาหรือหัตถการที่เคยทำ และเป้าหมายที่ต้องการ ทีมงานจะช่วยนัดหมายเพื่อประเมินกับแพทย์
ปรึกษาอาการกับ YOUNIFY Clinic