Weight Management

แคลอรี่ดีฟิซิตคืออะไร ควรกินวันละกี่แคลอรี่? วิธีคำนวณ TDEE

แคลอรี่ดีฟิซิตคืออะไร ควรกินวันละกี่แคลอรี่ถึงจะลดน้ำหนักได้ เรียนรู้หลักสมดุลพลังงาน วิธีประเมิน TDEE จาก BMR คูณกิจกรรม การตั้งดีฟิซิตที่เหมาะสม 500–750 แคลอรี่ต่อวัน การติดตามและปรับ พร้อมทางเลือกทางการแพทย์ที่ YOUNIFY เมื่อทำเองแล้วตัน

สรุปสำคัญ

  • แคลอรี่ดีฟิซิตคือการใช้พลังงานมากกว่าที่กินเข้าไป เป็นหลักการเดียวที่ทำให้ลดน้ำหนักได้จริง ไม่ว่าจะใช้วิธีอาหารแบบไหน
  • TDEE คือพลังงานที่ร่างกายใช้ทั้งวัน ประเมินได้จาก BMR คูณด้วยตัวคูณระดับกิจกรรม เมื่อรู้ TDEE จึงตั้งดีฟิซิตที่เหมาะสมราว 500–750 แคลอรี่ต่อวัน เพื่อลดราว 0.5–1 กก./สัปดาห์
  • ตัวเลขที่คำนวณเป็นเพียงจุดตั้งต้น ต้องติดตามน้ำหนักจริงและปรับตาม สำหรับผู้ที่ทำเองแล้วตันหรือคุมความหิวไม่ได้ YOUNIFY มีโปรแกรมดูแลทางการแพทย์รวม GLP-1 และ ESG

แคลอรี่ดีฟิซิตคืออะไร: หลักสมดุลพลังงาน

ร่างกายทำงานเหมือนบัญชีพลังงาน ด้านรับคือแคลอรี่จากอาหารและเครื่องดื่ม ด้านจ่ายคือพลังงานที่ใช้ในการดำรงชีวิตและการเคลื่อนไหว เมื่อรับมากกว่าจ่าย ส่วนเกินจะถูกเก็บเป็นไขมัน (แคลอรี่เกิน) เมื่อจ่ายมากกว่ารับ ร่างกายจะดึงไขมันที่สะสมมาใช้ (แคลอรี่ดีฟิซิต)

นี่คือเหตุผลว่าทำไมทุกวิธีลดน้ำหนัก ไม่ว่าคีโต IF หรือกินคลีน ล้วนได้ผลผ่านการสร้างดีฟิซิตเหมือนกัน ไม่มีอาหารวิเศษที่เผาไขมันได้เอง การเข้าใจหลักนี้ช่วยให้เลิกหลงกับสูตรลัด และโฟกัสที่สิ่งที่สำคัญจริง คือกินให้น้อยกว่าที่ใช้อย่างพอเหมาะและยั่งยืน

  • รับ > จ่าย = แคลอรี่เกิน เก็บเป็นไขมัน
  • จ่าย > รับ = ดีฟิซิต ดึงไขมันมาใช้
  • ทุกวิธีลดน้ำหนักได้ผลผ่านการสร้างดีฟิซิตเหมือนกัน

คำนวณ TDEE: BMR คูณระดับกิจกรรม

TDEE (Total Daily Energy Expenditure) คือพลังงานที่ร่างกายใช้ทั้งวัน เริ่มจาก BMR (อัตราการเผาผลาญพื้นฐาน) คือพลังงานที่ใช้ขณะพักเพื่อหล่อเลี้ยงอวัยวะ ประเมินคร่าว ๆ ด้วยสูตร Mifflin-St Jeor แล้วคูณด้วยตัวคูณระดับกิจกรรมเพื่อได้ TDEE

ยกตัวอย่าง ถ้า BMR ราว 1,500 แคลอรี่ และมีกิจกรรมปานกลาง (คูณ 1.55) TDEE จะอยู่ราว 2,325 แคลอรี่ต่อวัน นี่คือปริมาณที่กินแล้วน้ำหนักคงที่ ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณ ความแม่นยำจริงต้องอาศัยการติดตามน้ำหนักจริงหลายสัปดาห์

ระดับกิจกรรมลักษณะตัวคูณ BMR
นั่งเป็นส่วนใหญ่ทำงานออฟฟิศ ไม่ค่อยออกกำลัง1.2
เบาออกกำลังเบา 1–3 วัน/สัปดาห์1.375
ปานกลางออกกำลัง 3–5 วัน/สัปดาห์1.55
หนักออกกำลังหนัก 6–7 วัน/สัปดาห์1.725
หนักมากออกกำลังหนักวันละสองครั้ง/งานใช้แรง1.9

ตั้งดีฟิซิตที่เหมาะสม และติดตามปรับ

เมื่อรู้ TDEE แล้ว ตั้งดีฟิซิตที่ยั่งยืนราว 500–750 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งจะลดได้ราว 0.5–1 กก./สัปดาห์ ไม่ควรตัดลึกกว่านี้มากจนต่ำกว่า 1,200 แคลอรี่ (หญิง) หรือ 1,500 แคลอรี่ (ชาย) เพราะเสี่ยงขาดสารอาหาร เสียกล้ามเนื้อ และหิวจนควบคุมไม่ได้

สิ่งสำคัญกว่าการคำนวณให้เป๊ะคือการติดตามและปรับ ชั่งน้ำหนักเวลาเดิมสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง แล้วดูค่าเฉลี่ย ถ้าน้ำหนักไม่ลงใน 2–3 สัปดาห์ ให้ปรับลดแคลอรี่ลงเล็กน้อยหรือเพิ่มการเคลื่อนไหว เพราะเมื่อน้ำหนักลด TDEE ก็ลดตามด้วย จึงต้องปรับเป็นระยะ

  • ตั้งดีฟิซิต 500–750 แคลอรี่/วัน ลดได้ราว 0.5–1 กก./สัปดาห์
  • อย่าต่ำกว่า 1,200 (หญิง) / 1,500 (ชาย) แคลอรี่
  • ชั่งน้ำหนักสม่ำเสมอ ดูค่าเฉลี่ย ปรับเมื่อจำเป็น
  • เมื่อน้ำหนักลด TDEE ลดตาม ต้องปรับดีฟิซิตใหม่

เมื่อสร้างดีฟิซิตเองแล้วตัน: ทางเลือกทางการแพทย์

หลายคนคำนวณและคุมแคลอรี่อย่างดีแล้วแต่ยังตัน หรือหิวจนคุมไม่อยู่ นั่นไม่ใช่ความล้มเหลวส่วนตัว เพราะร่างกายมีกลไกฮอร์โมนที่ต่อต้านการลดน้ำหนัก ทั้งการปรับลดการเผาผลาญและการเพิ่มความหิว โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะอ้วน โรคอ้วนจึงเป็นภาวะทางการแพทย์ที่บางครั้งต้องการมากกว่าการนับแคลอรี่

ที่ YOUNIFY เราช่วยให้ดีฟิซิตที่คุณสร้างได้ผลและคงอยู่ โดยเริ่มจากการปรับพฤติกรรมและโภชนาการเป็นฐาน (lifestyle intervention) เสริมด้วยยากลุ่ม GLP-1 เมื่อเหมาะสม ซึ่งช่วยลดความหิวให้การคุมแคลอรี่ง่ายขึ้น และการส่องกล้องเย็บกระเพาะ (ESG) สำหรับผู้ที่ต้องการลดมากขึ้นแบบไม่ผ่าตัด ช่วยให้อิ่มเร็วและกินได้น้อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ

ปรับพฤติกรรม (ฐานสำคัญ)

วางแผนโภชนาการรายบุคคลและตั้งดีฟิซิตที่ทำได้จริง เป็นรากฐานที่ทำให้ทุกวิธีได้ผล

ยาลดน้ำหนัก GLP-1

ลดความหิวและความอยาก ทำให้อยู่ในดีฟิซิตได้ง่ายขึ้นโดยไม่ทรมาน ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์

ส่องกล้องเย็บกระเพาะ (ESG)

ลดขนาดกระเพาะผ่านกล้องทางปาก ไม่มีแผลผ่าตัด ช่วยให้อิ่มเร็วและคุมปริมาณอาหารได้ยั่งยืน

คำถามที่พบบ่อย

ควรกินวันละกี่แคลอรี่ถึงจะลดน้ำหนัก?

กินให้ต่ำกว่า TDEE ราว 500–750 แคลอรี่ต่อวัน จะลดได้ประมาณ 0.5–1 กก./สัปดาห์ ตัวเลขที่แน่นอนขึ้นกับเพศ น้ำหนัก ส่วนสูง และระดับกิจกรรม ควรคำนวณ TDEE ของตัวเองเป็นจุดตั้งต้นแล้วปรับตามผลจริง

การนับแคลอรี่จำเป็นไหม?

ไม่จำเป็นต้องนับเป๊ะตลอดไป แต่การนับช่วงแรกช่วยให้เห็นภาพว่ากินไปเท่าไรจริง ๆ ซึ่งมักมากกว่าที่คิด เมื่อคุ้นแล้วหลายคนคุมได้ด้วยการเลือกอาหารและปริมาณโดยไม่ต้องนับทุกมื้อ

ทำไมคำนวณดีฟิซิตแล้วน้ำหนักไม่ลงตามคาด?

ค่าที่คำนวณเป็นเพียงค่าประมาณ และมักประเมินแคลอรี่ที่กินต่ำกว่าจริง อีกทั้งเมื่อน้ำหนักลด TDEE ก็ลดตาม ทางแก้คือติดตามน้ำหนักจริง วัดปริมาณอาหารให้แม่นขึ้น และปรับดีฟิซิตเป็นระยะ

ตั้งดีฟิซิตมากกว่า 750 แคลอรี่เพื่อลดเร็วขึ้นได้ไหม?

ทำได้ในระยะสั้นภายใต้การดูแล แต่ดีฟิซิตที่ลึกเกินไปเสี่ยงเสียกล้ามเนื้อ ขาดสารอาหาร และหิวจนเลิกกลางคัน สำหรับคนส่วนใหญ่ 500–750 แคลอรี่เป็นจุดที่สมดุลระหว่างความเร็วและความยั่งยืน

แหล่งอ้างอิง

  1. Maintenance of Lost Weight and Long-Term Management of Obesity (Medical Clinics of North America, 2018)
  2. Improvement of Obesity-Related Comorbidities After Bariatric Procedures: A Network Meta-Analysis of Endoscopic Versus Surgical Interventions (Digestive Diseases and Sciences, 2026)

บทความที่เกี่ยวข้อง

Weight Management

ลดน้ำหนักให้เร็วแบบไม่โยโย่: วิธีที่ปลอดภัยและได้ผลจริง

อยากลดน้ำหนักเร็ว ๆ ทำได้แค่ไหนถึงปลอดภัย ไขความจริงเรื่องแคลอรี่ดีฟิซิต เหตุผลที่ลดเร็วเกินไปมักเด้งกลับ และทางเลือกทางการแพทย์อย่างการปรับพฤติกรรมควบคู่ยาลดน้ำหนักและการส่องกล้องเย็บกระเพาะ (ESG) สำหรับคนที่พยายามแล้วยังไม่สำเร็จ

Weight Management

ลดพุงลดไขมันหน้าท้อง: ความจริงที่ได้ผล ไม่ใช่แค่ลดเฉพาะจุด

ลดพุงเฉพาะจุดทำไม่ได้จริงหรือ? ไขความจริงเรื่องไขมันหน้าท้องและไขมันในช่องท้อง (visceral fat) ที่เป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ พร้อมวิธีลดพุงที่ได้ผลด้วยการขาดดุลพลังงาน โปรตีน ใยอาหาร การนอน และการออกกำลังกาย และทางเลือกทางการแพทย์ที่ YOUNIFY เมื่อพยายามแล้วยังไม่สำเร็จ

Weight Management

ออกกำลังกายแบบไหนลดน้ำหนักดีที่สุด? เวท คาร์ดิโอ หรือเดิน

ออกกำลังกายแบบไหนลดน้ำหนักดีที่สุด ระหว่างเวทเทรนนิ่ง คาร์ดิโอ และการเดิน ไขความจริงว่าแรงต้านช่วยรักษากล้ามเนื้อ คาร์ดิโอเผาแคลอรี่ NEAT สำคัญ และทำไมออกกำลังอย่างเดียวสู้อาหารไม่ได้ พร้อมทางเลือกทางการแพทย์ที่ YOUNIFY

อยากรู้ว่าแผนดูแลแบบไหนเหมาะกับคุณ?

ส่งรายละเอียดอาการ ประวัติสุขภาพ ยาหรือหัตถการที่เคยทำ และเป้าหมายที่ต้องการ ทีมงานจะช่วยนัดหมายเพื่อประเมินกับแพทย์

ปรึกษาอาการกับ YOUNIFY Clinic